
1. ชิโรอิโคอิบิโตะพาร์ค บุกอาณาจักรช็อกโกแลตในฝัน
จินตนาการของเด็กๆ และความทรงจำอันหวานหอมของผู้ใหญ่จะหลอมรวมกันที่ ชิโรอิโคอิบิโตะพาร์ค (Shiroi Koibito Park) โรงงานช็อกโกแลตแบรนด์ชื่อดังของฝากสัญลักษณ์แห่งฮอกไกโด ที่นี่เนรมิตสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปสุดคลาสสิกให้กลายเป็นธีมพาร์คในเทพนิยาย ภายในเปิดให้เข้าชมประวัติศาสตร์ความเป็นมาของโกโก้ผ่านถ้วยเซรามิกโบราณ เดินชมกระบวนการผลิตขนมปังกรอบสอดไส้ช็อกโกแลตขาวผ่านห้องกระจกใส และปิดท้ายด้วยกิจกรรมเวิร์กชอปที่สมาชิกในครอบครัวสามารถมาร่วมกันตกแต่งคุกกี้ชิ้นพิเศษด้วยตัวเอง เป็นพิกัดที่เดินสบายและเต็มไปด้วยมุมถ่ายภาพครอบครัวที่สวยงาม
ที่ตั้ง: เมืองซัปโปโร (Sapporo)
การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai Line ไปลงที่สถานี Miyanosawa จากนั้นเดินต่อประมาณ 7 นาที

2. Sapporo Snow Festival เทศกาลหิมะสุดยิ่งใหญ่ระดับโลก
เทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) คืองานเทศกาลที่ดึงดูดสายตาคนทั้งโลกให้ออกเดินทางมา ทัวร์ญี่ปุ่น ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ พื้นที่ใจกลางเมืองซัปโปโรจะแปรสภาพเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางแจ้งที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ละลานตาไปด้วยประติมากรรมหิมะและน้ำแข็งแกะสลักขนาดมหึมาที่ถ่ายทอดตั้งแต่สถาปัตยกรรมระดับโลกไปจนถึงตัวการ์ตูนในดวงใจของเด็กๆ ยามค่ำคืนผืนหิมะจะระยิบระยับด้วยแสงสีและการแสดง Projection Mapping gfboชิมอาหารท้องถิ่นร้อนๆ ท่ามกลางไอหนาว เป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นหัวใจอย่างที่สุด
ที่ตั้ง: สวนสาธารณะโอโดริ (Odori Park) ย่านซูซูกิโนะ และย่านทสึโดม เมืองซัปโปโร
การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Namboku Line หรือ Toho Line ไปลงที่สถานี Odori สามารถเดินเชื่อมต่อถึงพื้นที่จัดงานได้ทันที

3. พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร อิ่มอร่อยในอาคารอิฐแดงสุดคลาสสิก
พิกัดที่เรียกได้ว่าผสมผสานประวัติศาสตร์และสุนทรียศาสตร์แห่งรสชาติได้อย่างลงตัว พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum) ภายในอาคารอิฐแดงเก่าแก่สไตล์เยอรมันที่ยืนหยัดมาตั้งแต่สมัยเมจิแห่งนี้ คือพิพิธภัณฑ์เบียร์แห่งเดียวในประเทศญี่ปุ่นที่จะพาทุกคนไปย้อนรอยเรื่องราวการบ่มเบียร์อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมจุดชิมเบียร์สดรสชาติต้นตำรับสำหรับผู้ใหญ่ จากนั้นเติมเต็มค่ำคืนของครอบครัวที่ Sapporo Beer Garden ข้างๆ ด้วยเมนูตำนานอย่าง "เจงกิสขาน" เนื้อแกะย่างบนกระทะเหล็กรูปเจดีย์หล่อ กินคู่กับซอสสูตรลับและผักสด ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองอันครื้นเครง
ที่ตั้ง: เมืองซัปโปโร (Sapporo)
การเดินทาง: จากสถานี JR Sapporo ทางออก North Exit นั่งรถบัส Chuo Bus (สาย Loop 88) มาลงที่หน้า Sapporo Beer Garden ได้โดยตรง

4. โจซังเคออนเซ็น หมู่บ้านออนเซ็นกลางหุบเขา
ละทิ้งความเร่งรีบในเมืองหลวงแล้วเดินทางมาซบธรรมชาติที่ โจซังเคออนเซ็น (Jozankei Onsen) หมู่บ้านออนเซ็นเก่าแก่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของหุบเขาและลำธารใส โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่จะสวยเหมือนภาพวาด หมู่บ้านแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องสายน้ำแร่ธรรมชาติที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ ช่วยบำบัดความเหนื่อยล้าได้อย่างอัศจรรย์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับปู่ย่าตายายและคุณพ่อคุณแม่ที่จะได้เอนกายพักผ่อนในเรียวกังแบบดั้งเดิม ช่วงเย็นชวนกันสวมชุดยูกาตะเดินทอดน่องสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมทัศนียภาพของสะพานสีแดงฟูตามิที่ตัดกับต้นไม้ สัมผัสความสุขอันเรียบง่ายที่ชวนให้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง
ที่ตั้ง: เมืองซัปโปโร (Sapporo)
การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ JR Sapporo (บริเวณ Bus Terminal) นั่งรถบัสสาย Jotetsu Bus (Kappa Liner) วิ่งตรงสู่ใจกลางโจซังเคออนเซ็น ใช้เวลาประมาณ 60 นาที

5. สวนสัตว์อาซาฮิยามะ ใกล้ชิดสัตว์โลกน่ารักแห่งเมืองอาซาฮิคาวะ
สวนสัตว์ที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและมีชื่อเสียงที่สุดในเกาะเหนือ สวนสัตว์อาซาฮิยามะ (Asahiyama Zoo) ความพิเศษที่ทำให้ทัั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างตกหลุมรักคือการจัดแสดงแบบ "พฤติกรรมศาสตร์" ที่ทลายกรอบสวนสัตว์แบบเดิมๆ เปิดโอกาสให้เราได้เฝ้ามองโลกของสัตว์ป่าในมุมมองที่คาดไม่ถึง เช่น การเดินมุดอุโมงค์แก้วใต้น้ำเพื่อดูเพนกวินบินแหวกว่ายในสายน้ำ หรือโผล่ศีรษะขึ้นมากลางโดมแก้วใสเพื่อเผชิญหน้ากับหมีขั้วโลก และหากเดินทางมาเที่ยวในฤดูหนาว ไฮไลท์ที่ทุกคนตั้งตารอคือขบวนพาเหรดเพนกวินที่ออกมาเดินเตาะแตะบนหิมะขาวอวดความน่ารัก (จัดเฉพาะช่วงหิมะตก ประมาณปลายเดือน ธ.ค. - กลาง มี.ค.) บอกเลยว่าความน่ารักของน้องๆ จะทำให้เผลอยิ้มไม่หุบเลยค่ะ
ที่ตั้ง: เมืองอาซาฮิคาวะ (Asahikawa)
การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ JR Asahikawa ต่อรถบัส Asahikawa Denkikidou (สาย 41 หรือ 47) มาลงที่หน้าสวนสัตว์ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที

6. ชิกิไซโนะโอกะ ลานหิมะและสวนดอกไม้ชื่อดัง วิวพาโนราม่า
เนินเขาแห่งสีสันที่จะเปลี่ยนภาพจำไปตามเข็มนาฬิกาของฤดูกาล ชิกิไซโนะโอกะ (Shikisai-no-Oka) ช่วงฤดูร้อนทัศนียภาพอันกว้างใหญ่ของบิเอจะถูกย้อมด้วยทุ่งดอกไม้หลากสีสันที่ปลูกเรียงรายเป็นแนวคลื่นยาวสุดสายตาคล้ายพรมหลากสี มีรถลากแทรกเตอร์คอยให้บริการพานั่งรับลมชิลๆ เหมาะกับผู้สูงอายุ แต่เมื่อลมหนาวมาเยือน เนินเขาทุ่งดอกไม้จะแปรเปลี่ยนเป็นลานหิมะขาวโพลนขนาดใหญ่ พร้อมเปิดต้อนรับสายลุยด้วยกิจกรรมตื่นเต้นอย่างการขี่สโนว์โมบิลลุยหิมะและสไลเดอร์ห่วงยางที่สนุกสนานกันได้ทั้งบ้าน
ที่ตั้ง: เมืองบิเอ (Biei)
การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Furano Line ไปลงที่สถานี Bibaushi แล้วต่อรถแท็กซี่ประมาณ 5 นาที

7. ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์หมีสีน้ำตาล ทำความรู้จักหมีสีน้ำตาลเจ้าถิ่น
เริ่มต้นการผจญภัยด้วยการนั่งกระเช้าลอยฟ้าไต่ระดับขึ้นสู่ยอดไปหาไปที่ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์หมีสีน้ำตาล (Noboribetsu Bear Park) ระหว่างทางเพลิดเพลินกับทัศนียภาพป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เมื่อถึงด้านบน เด็กๆ จะได้ทำความรู้จักกับหมีสีน้ำตาลสายพันธุ์ฮอกไกโดนับร้อยตัวอย่างใกล้ชิด ผ่าน "มนุษย์กรง" (Human Cage) ห้องกระจกนิรภัยที่จำลองให้เราเข้าไปอยู่กลางอาณาจักรของหมี น้องหมีที่นี่ฉลาดมาก มีท่าทางขออาหารที่น่าเอ็นดูมากๆ และยังได้รับความรู้เรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่าติดตัวกลับไปด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านวัฒนธรรมชาวไอนูชนพื้นเมืองให้ได้เรียนรู้เรื่องราวในอดีตไปพร้อมกัน
ที่ตั้ง: เมืองโนโบริเบทสึ (Noboribetsu)
การเดินทาง: จากสถานี JR Noboribetsu นั่งรถบัส Donan Bus ไปลงที่ Noboribetsu Onsen Terminal จากนั้นเดินต่อประมาณ 5 นาทีไปยังสถานีกระเช้าลอยฟ้า

8. ป้อมโกเรียวคาคุ ป้อมดาวห้าแฉกแห่งประวัติศาสตร์
ป้อมโกเรียวคาคุ (Goryokaku Park) ป้อมปราการรูปดาวห้าแฉกสถาปัตยกรรมตะวันตกอันเป็นฉากหลังของหน้าประวัติศาสตร์ปลายสมัยเอโดะ ปัจจุบันคูเมืองรอบป้อมถูกรายล้อมด้วยต้นซากุระกว่าพันต้นจนกลายเป็นสวนสาธารณะอันร่มรื่น จุดเด่นที่ห้ามพลาดคือการพาครอบครัวขึ้นสู่หอคอยโกเรียวคาคุเพื่อทอดสายตามองสัญลักษณ์รูปดาวห้าแฉกอันสมบูรณ์แบบจากมุมสูง ผืนดาวดวงนี้จะผลัดเปลี่ยนร่มเงาไปตามฤดูกาลอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นสีชมพูละมุน สีเขียวขจี สีส้มแดงอบอุ่น หรือสีขาวนวลตาของหิมะ ยามเปิดไฟประดับในค่ำคืนฤดูหนาว
ที่ตั้ง: เมืองฮาโกดาเตะ (Hakodate)
การเดินทาง: จากสถานี JR Hakodate นั่งรถรางสาย Hakodate City Tram ไปลงที่สถานี Goryokaku-Koen-Mae แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที

9. โกดังอิฐแดงคาเนโมริ ช้อปปิ้งมอลล์สุดชิคริมทะเล
สัมผัสกลิ่นอายความรุ่งเรืองในอดีตยังคงอบอวลที่ โกดังอิฐแดงคาเนโมริ (Kanemori Red Brick Warehouse) กลุ่มอาคารโกดังอิฐแดงเก่าแก่ริมท่าเรือฮาโกดาเตะ ปัจจุบันได้รับการเนรมิตให้เป็นคอมมูนิตี้มอลล์สุดคลาสสิกขนานไปกับผืนน้ำทะเล ภายในปูทางเดินราบเรียบให้เดินเล่นได้อย่างสะดวกสบาย เต็มไปด้วยร้านค้าบรรยากาศอบอุ่น แหล่งรวมงานคราฟต์แฮนด์เมด กล่องดนตรีไขลาน เครื่องแก้วประณีต และคาเฟ่ขนมหวานชื่อดัง ช่วงเย็นแสงไฟสีส้มอบอุ่นจะสว่างไสวสะท้อนเงาบนกำแพงอิฐแดงและผืนน้ำ บรรยากาศโรแมนติกเหมาะเดินเล่นและรับประทานอาหารค่ำร่วมกัน และถ้ามาเที่ยวในช่วงคริสต์มาสจะมีต้นคริสต์มาสยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำ บรรยากาศอบอุ่นหัวใจสุดๆ
ที่ตั้ง: เมืองฮาโกดาเตะ (Hakodate)
การเดินทาง: จากสถานี JR Hakodate นั่งรถรางสาย Hakodate City Tram ไปลงที่สถานี Jujigai แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 5 นาที

10. ล่องเรือตัดน้ำแข็งการิงโกะ สัมผัสฟีลขั้วโลก
ปิดท้ายทริปด้วยการความยิ่งใหญ่ทางธรรมชาติที่มีให้สัมผัสเพียงปีละครั้ง (ช่วงปลายมกราคมถึงมีนาคม) การนำพาครอบครัวล่องเรือตัดน้ำแข็งการิงโกะ (Garinko-go) ที่เมืองมอนเบ็ทสึ (Monbetsu) ออกไปเผชิญหน้ากับแผ่นน้ำแข็งขั้วโลกที่ลอยมาจากรัสเซียปกคลุมผืนน้ำทะเลโอค็อตสึ ท่ามกลางเสียงกระแทกอันทรงพลังยามเรือบดฝ่าแผ่นน้ำแข็งหนา เป็นประสบการณ์สุดตื่นตาตื่นใจและหากโชคดี อาจได้พบเห็นนกอินทรีทะเลหรือแมวน้ำเจ้าถิ่นที่ออกมานอนผึ่งแดดบนแผ่นน้ำแข็งอีกด้วย เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวฤดูหนาวที่ควรค่าแก่การมาสัมผัสด้วยตาตนเองสักครั้ง
ที่ตั้ง: เมืองอาบาชิริ (Abashiri)
การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR ไปลงสถานี Abashiri แล้วต่อรถบัสท่องเที่ยวสายสั้นไปยังท่าเรือ (Abashiri Drift Ice Sightseeing Bus) ประมาณ 10 นาที
ฮอกไกโด เกาะเหนือที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและธรรมชาติสวยงาม ทั้งหิมะนุ่มฟูอากาศเย็นฉ่ำถึงใจในฤดูหนาว ชมทุ่งดอกไม้สีสันสดใสในหน้าร้อน หรือจะชมใบไม้แดงเหลืองบรรยากาศละมุนเย็นสบายในฤดูใบไม้ร่วง มีครบทุกบรรยากาศตอบโจทย์ความสุขของทุกคนในบ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ ใครกำลังมองหาพิกัดท่องเที่ยวที่สนุกได้ทุกวัยและแฮปปี้กันทั้งครอบครัว ฮอกไกโด คือจุดหมายของการเที่ยวญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่น ที่ต้องพาครอบครัวเดินทางมาเช็กอินร่วมกันสักครั้งค่ะ
