
พื้นที่ประวัติศาสตร์ขนาดยักษ์ 72,000 ตารางเมตร
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1973 และเปิดในปี ค.ศ. 1974 ทำหน้าที่เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุหลักประจำจังหวัด รวบรวมเอกสาร โบราณวัตถุ และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของอิบารากิตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงยุคปัจจุบัน
ความโดดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือพื้นที่จัดแสดงกลางแจ้งขนาดยักษ์กว่า 72,000 ตารางเมตร ที่ได้รับการออกแบบให้เป็นสวนธรรมชาติขนาดใหญ่ ผสานไปกับการจัดแสดงอาคารสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่ย้ายมาอนุรักษ์ไว้ ให้ผู้เข้าชมได้เดินสำรวจอย่างเพลิดเพลิน

ชมอุโมงค์ต้นแปะก๊วยสีทอง
นอกจากความรู้ทางประวัติศาสตร์แล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือ อุโมงค์ต้นแปะก๊วย (Ginkgo Avenue) ที่ยืนต้นเรียงรายอยู่ภายในสวน ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด
เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะในช่วงกลางถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ใบแปะก๊วยจะพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสดใสทั่วทั้งสวน และเมื่อใบไม้เริ่มร่วงหล่นลงสู่พื้น จะเกิดเป็นผืนพรมสีเหลืองอร่ามยาวสุดสายตา เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายภาพเก็บบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงแสนอบอุ่น หรือชมการประดับไฟแสงสีช่วงค่ำ (Ginkgo Light-up Event) ก็งดงามน่าประทับใจมากๆ
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ประจำจังหวัดอิบารากิ
ที่ตั้ง: 2-1-15 Midori-cho, Mito-shi, Ibaraki
เวลาทำการ: 9:30 - 17:00 น. เข้าก่อนปิด 30 นาที (ปิดวันจันทร์ *หากเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดวันอังคารแทน)
การเดินทาง: จากสถานี JR Mito ทางออกทิศเหนือ ที่จุดขึ้นรถหมายเลข 4 ต่อรถบัสมุ่งหน้าไปยัง Sakuragawa Nishi-danchi ลงป้าย Rekishikan/Kairakuen
เว็บไซต์ทางการ: https://rekishikan-ibk.jp/

การได้มาเยือนพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ประจำจังหวัดอิบารากิ ถือเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เรียกได้ว่าครบรส ทั้งได้ความรู้ย้อนรอยอดีตผ่านอาคารโบราณ และการได้สูดอากาศบริสุทธิ์พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติในสวนกว้างขวาง โดยเฉพาะการได้เดินลัดเลาะใต้อุโมงค์แปะก๊วยสีทองยามฤดูใบไม้ร่วง ที่จะมอบความทรงจำอันแสนอบอุ่นของการเดินทางในเมืองมิโตะได้อย่างน่าประทับใจค่ะ
