หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร Sapporo Clock Tower

เที่ยวซัปโปโร ชมหอนาฬิกาเมืองซัปโปโร Sapporo Clock Tower แลนด์มาร์กคลาสสิกแห่งฮอกไกโด

ถ้าพูดถึงแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองซัปโปโร (Sapporo) หลายคนอาจนึกถึงหิมะ เบียร์ หรือวิวภูเขาเป็นอันดับแรก แต่ท่ามกลางตึกสมัยใหม่ใจกลางเมือง ยังมีอาคารไม้สีขาวหลังหนึ่งที่ยืนอยู่คู่ซัปโปโรมายาวนานกว่าร้อยปี นั่นก็คือ หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร แม้จะไม่ได้ใหญ่โตอลังการเหมือนแลนด์มาร์กในเมืองใหญ่หลายแห่งของญี่ปุ่น แต่เสน่ห์ของที่นี่กลับอยู่ที่ความเรียบง่าย และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ภายในอาคารเก่าแก่หลังนี้

หอนาฬิกาเก่าแก่ที่อยู่คู่ซัปโปโรมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก

หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร (Sapporo Clock Tower) หรือชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า “โทเคได” ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1878 เดิมทีอาคารแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนเกษตรซัปโปโร ซึ่งต่อมากลายเป็นมหาวิทยาลัยฮอกไกโด (Hokkaido University) ในปัจจุบัน

สถาปัตยกรรมของอาคารแห่งนี้ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกอย่างชัดเจน แตกต่างจากอาคารญี่ปุ่นดั้งเดิมในยุคนั้น เพราะช่วงเวลานั้นญี่ปุ่นกำลังเปิดรับวัฒนธรรมและเทคโนโลยีจากต่างประเทศอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในฮอกไกโดซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการพัฒนาเมืองยุคใหม่

ต่อมาในปี ค.ศ. 1881 จึงมีการติดตั้งนาฬิกาขนาดใหญ่จากสหรัฐอเมริกา และนับตั้งแต่นั้น เสียงระฆังของหอนาฬิกาก็ดังขึ้นเป็นจังหวะประจำเมืองซัปโปโรมาจนถึงทุกวันนี้

สิ่งที่น่าสนใจคือ ตัวนาฬิกายังคงใช้งานด้วยกลไกดั้งเดิม และถือเป็นหนึ่งในหอนาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย

เสน่ห์ของความเรียบง่ายกลางเมืองใหญ่

หลายคนที่มาถึงครั้งแรกอาจแปลกใจ เพราะตัวอาคารไม่ได้ใหญ่เหมือนที่จินตนาการไว้ก่อนหน้า แต่เมื่อได้ลองเดินเข้าไปใกล้ๆ จะรู้สึกถึงบรรยากาศอบอุ่นแบบอาคารประวัติศาสตร์ยุคเก่า ตัวอาคารไม้สีขาวตัดกับหลังคาแดงและหน้าปัดนาฬิกาขนาดใหญ่ กลายเป็นภาพจำของเมืองซัปโปโรที่หลายคนคุ้นตา

ยิ่งในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุมรอบๆ บรรยากาศจะยิ่งดูคลาสสิกเหมือนฉากในหนังญี่ปุ่นเก่า ส่วนช่วงใบไม้เปลี่ยนสีหรือฤดูร้อน ก็ให้ความรู้สึกสดใสไปอีกแบบ

แม้จะตั้งอยู่ท่ามกลางอาคารสำนักงานและถนนใหญ่ แต่หอนาฬิกาแห่งนี้กลับยังรักษาความสงบและกลิ่นอายอดีตเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ

ภายใน หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองซัปโปโร การพัฒนาฮอกไกโด และความเป็นมาของหอนาฬิกา ชั้นบนยังเป็นโถงไม้เก่าแก่ที่เคยใช้เป็นหอประชุมในอดีต ให้บรรยากาศย้อนยุคแบบอเมริกันยุคบุกเบิก ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังสามารถชมกลไกนาฬิกาแบบดั้งเดิมที่ยังคงทำงานจริง ถือเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้สถานที่แห่งนี้มีเสน่ห์มากขึ้น

มุมถ่ายรูปยอดนิยม

จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพมากที่สุดคือบริเวณด้านหน้าหอนาฬิกา สามารถเก็บภาพตัวอาคารพร้อมฉากหลังเป็นตึกสูงของเมืองซัปโปโรได้ในเฟรมเดียว

ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกถือเป็นเวลาที่บรรยากาศสวยกำลังดี เพราะแสงจะตกกระทบตัวอาคารพอดี ส่วนช่วงกลางคืนก็มีการเปิดไฟ ทำให้หอนาฬิกาดูโดดเด่นขึ้นไปอีกแบบ

และถ้ามาในช่วงฤดูหนาว แนะนำให้เผื่อเวลาเดินเล่นรอบๆ เพิ่มอีกนิด เพราะวิวหิมะกับอาคารไม้เก่าเข้ากันได้ดีมาก

 

หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร

ที่ตั้ง : ใจกลางเมืองซัปโปโร ฮอกไกโด 

เวลาเปิด-ปิด : 08.45–17.10 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายประมาณ 16.45 น.)

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 350 เยน / นักศึกษา 150 เยน / เด็ก (อายุน้อยกว่าระดับมัธยมปลาย) ฟรี

เว็บไซต์ : https://sapporoshi-tokeidai.jp/english/ 

การเดินทาง : เดินประมาณ 10 นาทีจากสถานี JR Sapporo หรือ เดินประมาณ 5 นาทีจากสถานี Odori

หอนาฬิกาเมืองซัปโปโร อาจไม่ใช่สถานที่ที่หวือหวาที่สุดของฮอกไกโด แต่กลับเป็นแลนด์มาร์กที่เล่าเรื่องการเริ่มต้นของเมืองซัปโปโรได้อย่างดี ความเรียบง่ายของอาคารไม้เก่า เสียงนาฬิกาที่ดังต่อเนื่องมานานกว่าร้อยปี และบรรยากาศคลาสสิกกลางเมืองสมัยใหม่ ทำให้ที่นี่ยังคงเป็นสถานที่ที่หลายคนอยากแวะมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง

สำหรับใครที่กำลังวางแผน “ทัวร์ญี่ปุ่น” หรืออยากใช้เวลาสบายๆ ระหว่างเดินเที่ยวในซัปโปโร หอนาฬิกาแห่งนี้คืออีกหนึ่งจุดหมายที่เหมาะกับการแวะมาสัมผัสเสน่ห์เก่าๆ ของฮอกไกโดอย่างแท้จริงค่ะ