
ดาบศักดิ์สิทธิ์คุซานางิ หนึ่งในสามสมบัติล้ำค่าแห่งองค์จักรพรรดิ
ความสำคัญที่ทำให้ศาลเจ้าอัตสึตะกลายเป็นจุดหมายปลายทางหลักของการ เที่ยวญี่ปุ่น คือการเป็นที่ประดิษฐานของ ดาบศักดิ์สิทธิ์คุซานางิ (Kusanagi-no-Mitsurugi) หนึ่งในสามเครื่องราชกกุธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดิญี่ปุ่น (Three Sacred Treasures) แม้ตัวดาบจริงจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างเข้มงวดตามประเพณีโบราณ แต่ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสกลิ่นอายความเข้มขลังได้ที่ ห้องสมบัติคุซานางิกัง (Kusanagi Kan) ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้รวบรวมดาบโบราณและวัตถุโบราณกว่า 6,000 ชิ้น ซึ่งหลายชิ้นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติ ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือโซนจัดแสดงที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ลองยกดาบจำลอง เพื่อเรียนรู้เรื่องราวความเชื่อมโยงระหว่างศรัทธาและศาสตราที่มีมาอย่างยาวนาน

กำแพงโนบุนากะ รอยจารึกปาฏิหาริย์จากขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ยุคสงครามเซนโกกุ บริเวณศาลเจ้ายังมี กำแพงโนบุนางะ (Nobunaga-bei) กำแพงดินปูลาดด้วยกระเบื้องหลังคาคาวาระที่ดูเรียบง่ายแต่แข็งแกร่ง กำแพงนี้สร้างขึ้นโดย "โอดะ โนบุนากะ" ยอดขุนศึกแห่งยุค เพื่อเป็นการแก้บนหลังจากที่เขาเดินทางมาขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้ก่อนออกศึก และสามารถเอาชนะกองทัพศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าหลายเท่าตัวในยุทธการที่โอเกะฮาซามะเมื่อปี ค.ศ. 1560 ปัจจุบันกำแพงนี้ยังคงตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่นและชัยชนะที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน

พลังธรรมชาติจากต้นการบูรพันปีและรสชาติแห่งนาโกย่า
พื้นที่ของศาลเจ้าอัตสึตะถูกโอบล้อมด้วยแมกไม้โบราณที่หนาแน่น โดยเฉพาะ ต้นการบูรยักษ์ (Giant Camphor Tree) ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี ซึ่งเชื่อกันว่าปลูกโดยพระโพธิธรรม (Kobo Daishi) ต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ทำหน้าที่เป็น "Power Spot" ที่ส่งมอบพลังงานบวกและความสงบเยือกเย็นให้แก่ผู้มาสักการะ
หลังจากซึมซับความศรัทธาแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมของการมา เที่ยวญี่ปุ่น หรือ ทัวร์ญี่ปุ่น ที่ศาลเจ้าอัตสึตะแล้วต้องลองคือการแวะร้าน Miya Kishimen ร้านอาหารในบรรยากาศสวนที่เสิร์ฟ คิชิเมน (Kishimen) บะหมี่เส้นแบนรสสัมผัสเหนียวนุ่มซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของนาโกย่า การได้นั่งทานบะหมี่ร้อนๆ ท่ามกลางเสียงใบไม้ไหวริมศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นสุนทรียภาพของการเดินทางอย่างแท้จริง

ศาลเจ้าอัตสึตะ (Atsuta Shrine)
ที่อยู่ : 〒456-8585 1-1-1 จิงกู, เขตอัตสึตะ เมืองนาโกย่า
การเดินทาง : รถไฟสาย JR Tokaido จากสถานี Nagoya มาลงที่สถานี Atsuta แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที หรือเลือกใช้รถไฟสาย Meitetsu ลงที่สถานี Jingu-Mae
เว็บไซต์ : https://www.atsutajingu.or.jp/en/intro/
ศาลเจ้าอัตสึตะ จึงเปรียบเสมือนรอยต่อระหว่างโลกปัจจุบันและอดีตอันรุ่งโรจน์ของญี่ปุ่น การได้เดินทอดน่องใต้ร่มเงาไม้โบราณที่ยืนหยัดมานานนับศตวรรษ พร้อมสัมผัสไออุ่นของวัฒนธรรมที่สืบทอดผ่านคมดาบและกำแพงหิน คือประสบการณ์ที่ช่วยย้ำเตือนถึงรากเหง้าอันแข็งแกร่งของชาวอาทิตย์อุทัย ไม่ว่าจะเป็นเสียงสวดมนต์ในวันปีใหม่หรือความสงบนิ่งในวันธรรมดา ทุกองค์ประกอบของที่นี่ล้วนทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวความศรัทธาที่ยังมีลมหายใจ และพร้อมจะมอบพลังบวกคืนกลับไปให้แก่ผู้มาเยือนในทุกย่างก้าวที่สัมผัสผืนดินแห่งนี้ และสองข้างทางรอบศาลเจ้ายังมีร้านขายของที่ระลึกน่ารักๆ อีกเพียบ
