
เที่ยวเมืองนิกโก้ ทะเลสาบชูเซนจิ Lake Chuzenji ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีกลางขุนเขา
ถ้าอยากหนีความวุ่นวายไปพักใจในอ้อมกอดธรรมชาติ “ทะเลสาบชูเซนจิ” คือหนึ่งในมุมสงบที่สวยที่สุดของเมืองนิกโก้ จังหวัดโทชิงิ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีและธรรมชาติกลางขุนเขา
ทั้งหมด 188 บทความ
TTN ชวนเพื่อนๆ ท่องเที่ยวในแพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นยังช่วยให้คุณได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ปลอดภัยมากขึ้น คุณจะได้รับประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความคุ้มค่าและสะดวกสบาย โดยมักจะรวมทั้งบริการต่าง ๆ ที่จำเป็น เช่น ที่พักที่มีคุณภาพ การเดินทางระหว่างจุดหมาย อาหาร เครื่องดื่ม การท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ และบริการผู้ควบคุมการเดินทางที่ช่วยให้การเดินทางของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยบุคลากรที่ชำนาญและมีประสบการณ์ด้านการเดินทางร่วมเดินทางกับคุณ

ถ้าอยากหนีความวุ่นวายไปพักใจในอ้อมกอดธรรมชาติ “ทะเลสาบชูเซนจิ” คือหนึ่งในมุมสงบที่สวยที่สุดของเมืองนิกโก้ จังหวัดโทชิงิ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีและธรรมชาติกลางขุนเขา

ถ้าพูดถึงน้ำตกที่สวยจนเหมือนภาพวาด “น้ำตกฟุคุโรดะ” (Fukuroda Falls) คือหนึ่งในนั้นแน่นอน ตั้งอยู่ที่จังหวัดอิบารากิ ภูมิภาคคันโต เพียงไม่กี่ชั่วโมงจากโตเกียว ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ใน 3 น้ำตกที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น คู่กับน้ำตกนาชิ (จังหวัดวาคายามะ) และน้ำตกเคะงอน (จังหวัดโทะชิงิ)

เชื่อว่าหลายๆ คนรู้จัก “นาริตะ” ในฐานะประตูสู่ญี่ปุ่น เมืองที่มาถึงแล้วก็รีบนั่งรถเข้ากรุงโตเกียวต่อ แต่ถ้าลองเบรกจังหวะให้ตัวเองสักนิด แวะใช้เวลาเดินเล่นรอบเมืองแห่งนี้ดูบ้าง จะรู้ว่านี่คืออีกหนึ่งที่เที่ยวญี่ปุ่นใกล้สนามบินที่มีเสน่ห์ไม่แพ้เมืองดังอื่นๆ และยังเป็นที่ตั้งของ วัดนาริตะซัง ชินโชจิ (Naritasan Shinshoji Temple) วัดเก่าแก่คู่เมืองที่เปี่ยมไปด้วยศรัทธาและความสงบ เหมาะกับการมาไหว้พระ ขอพร และถนนสายของกินอร่อยขึ้นชื่อเรื่องปลาไหลย่าง เป็นเมืองที่เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องรีบร้อน ใช้เวลาช้าๆ เพื่อเก็บความสุขและเรียบง่ายของญี่ปุ่นไว้ให้เต็มหัวใจ

กลางหุบเขาในจังหวัดกุนมะ (Gunma) มีเมืองออนเซ็นเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ญี่ปุ่นโบราณซ่อนอยู่ นั่นคือ “เมืองอิคาโฮะ” (Ikaho) เมืองน้ำพุร้อนที่ขึ้นชื่อเรื่องบันไดหิน 365 ขั้นและบรรยากาศย้อนยุค พร้อมทั้งยังเป็นแหล่งพักผ่อนของคนญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ใครกำลังมองที่เที่ยวบรรยากาศสบายๆ ไม่ต้องเร่งรีบ มีมุมสวยถ่ายรูปเยอะ อิคาโฮะ เป็นหนึ่งในจุดหมายที่ต้องมาเช็กอิน

ถ้าพูดถึงเมืองซามูไรในญี่ปุ่น หลายคนน่าจะนึกถึง “ไอสึวากามัตสึ” (Aizu-Wakamatsu) จังหวัดฟุกุชิมะ เมืองเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์และเรื่องราวของนักรบผู้กล้า ที่นี่มีทั้งปราสาทเก่าแก่และวัดโบราณ รวมถึงเสน่ห์เมืองสงบน่าเที่ยวชมถูกใจสายเที่ยวประวัติศาสตร์เอามากๆ

ถ้าพูดถึงเส้นทางชมวิวที่สวยงามในฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่น หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ ถนนทิวสนเมตาซีคัวญา (Metasequoia Avenue) อยู่ในลิสต์แน่นอน ถนนสายนี้ตั้งอยู่ที่เมืองทาคาชิมะ (Takashima) จังหวัดชิงะ (Shiga) ใกล้ทะเลสาบบิวะ (Lake Biwa) ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 100 ถนนที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นหนึ่งในจุดชมธรรมชาติยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติอยากมาเยือนสักครั้ง

ถ้าอยากให้ฤดูใบไม้ร่วงของคุณพิเศษขึ้นอีกนิด ลองหนีจากตัวเมืองซัปโปโรมาทางใต้ไม่ไกล แล้วแวะพักใจที่ โจซังเค (Jozankei Onsen) เมืองออนเซ็นกลางหุบเขา ที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยจับใจ ราวกับโลกทั้งใบถูกแต่งแต้มด้วยพู่กันของฤดูใบไม้ร่วง

ถ้าพูดถึงฟุกุโอกะ หลายคนอาจนึกถึงราเมนขึ้นชื่อ แต่รู้ไหมว่า เมืองนี้ยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ระดับตำนานอย่าง ศาลเจ้าดะไซฟุเทมมังกู (Dazaifu Tenmangu Shrine) ที่ชาวญี่ปุ่นนับถือกันมากว่า 1,000 ปี ไม่ว่าจะเด็กนักเรียนที่มาขอให้สอบผ่าน หรือคนวัยทำงานที่อยากเสริมดวงด้านปัญญาและวาทศิลป์ ต่างก็มุ่งหน้าเข้ามาสักการะเทพเจ้าผู้รู้ ณ ศาลเจ้าแห่งนี้

เที่ยวญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่น ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ใครที่มองหาสถานที่ที่มีทั้งวิวสวย อากาศดี และบรรยากาศโรแมนติกแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่น ขอแนะนำที่นี่เลย “ทะเลสาบคาวากุจิโกะ” หนึ่งในจุดหมายที่อยากให้ลองเก็บไว้ในลิสต์

อินุยามะ (Inuyama) เมืองเล็กบรรยากาศอบอุ่นในจังหวัดไอจิ ไม่ไกลจากนาโกย่า เดินทางสะดวกใช้เวลาราว 30 นาที ก็ได้พบกับเมืองเก่าบรรยากาศสุดคลาสสิกที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของญี่ปุ่นโบราณ ทั้งปราสาทเก่าแก่ ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ และถนนสายช้อปปิ้งที่มีขนมญี่ปุ่นน่ารักน่าอร่อยเต็มไปหมด

เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “อิเสะ” ในจังหวัดมิเอะ อาจไม่ใช่จุดหมายที่อยู่ในลิสต์แรกของนักท่องเที่ยว แต่ถ้าได้มาเยือนสักครั้ง จะเข้าใจว่าความเงียบสงบ ความเรียบง่าย และกลิ่นอายเก่าแก่ของที่นี่มีเสน่ห์บางอย่างที่จับใจแบบไม่ต้องพยายาม

หากใครหลงรักบรรยากาศของฤดูใบไม้ร่วง หุบเขาโครังเค (Korankei) จังหวัดไอจิ (Aichi) คือหนึ่งในจุดหมายที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติและความสงบ ยิ่งช่วงปลายตุลาคมถึงกลางพฤศจิกายน ภูเขาทั้งลูกจะค่อยๆ ถูกย้อมด้วยเฉดสีแดง ส้ม เหลือง จากใบเมเปิ้ลกว่า 4,000 ต้นที่เรียงรายตลอดสองฝั่งแม่น้ำโทโมเอะ (Tomoe River)

เมื่อพูดถึงเมืองโตโยต้า (Toyota City) ในจังหวัดไอจิ หลายคนอาจนึกถึงโรงงานผลิตรถยนต์ชื่อดัง แต่จริงๆ แล้วเมืองนี้ยังมีมุมธรรมชาติที่เงียบสงบและสวยงามซ่อนอยู่ หนึ่งในสถานที่น่าแวะมากที่สุดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีคือ “สวนโอบาระฟุเรไอ” (Obara Fureai Park) จุดชมซากุระที่บานในฤดูใบไม้ร่วง และหาดูได้ไม่กี่แห่งในญี่ปุ่น

หากพูดถึง คุมาโมโตะ (Kumamoto) หลายคนอาจนึกถึงเจ้าหมีสีดำแก้มแดง "คุมะมง" (Kumamon) มาสคอตประจำจังหวัดสุดขี้เล่นที่กลายเป็นขวัญใจคนทั่วญี่ปุ่น แต่รู้ไหมว่าเบื้องหลังความน่ารักของเจ้าหมี ยังมีเมืองคุมาโมโตะที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และผู้คนอบอุ่นรอให้เราไปสัมผัส

ใครกำลังโหยหาธรรมชาติ ลมเย็นๆ พัดพาใบไม้สีแดงสดปลิวตามทาง กับวิวภูเขาสวยเหมือนหลุดมาจากภาพวาด ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ “สะพานโคโคโนเอะ ยุเมะโอะสึริฮาชิ จังหวัดโออิตะ เกาะคิวชู

ใครว่าฮอกไกโดต้องเที่ยวแค่หน้าหนาว? บอกเลยว่า “ฤดูร้อนของฮอกไกโด” คือสวยไม่แพ้กัน เรียกได้ว่าฟีลกู้ดสุดๆ อากาศเย็นสบาย วิวทุ่งดอกไม้ละลานตา มีเมล่อนหอมหวานให้ชิม และมุมช้อปปิ้งเก๋ๆ ครบแบบจบในทริปเดียว กับพิกัดเด็ดที่จะพาไปตะลุยจุดไฮไลต์ของ ฮอกไกโดฤดูร้อน แบบที่ใครได้ไปเป็นต้องตกหลุมรักแน่นอน

หากใครได้มาเที่ยวเมืองฟุกุโอกะ แล้วกำลังมองหาสถานที่ที่ได้ทั้งความสงบ ความศักดิ์สิทธิ์ และความงดงามแบบญี่ปุ่นแท้ๆ บอกเลยว่า วัดโทโชจิ (Tochoji Temple) คืออีกหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ

ใครจะคิดว่ากลางกรุงโตเกียวเมืองที่ไม่เคยหลับไหลจะมีมุมสงบ อ่อนหวาน และอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้ได้ขนาดนี้ นั่นคือที่ ศาลเจ้าคาเมโดะ เทนจิน (Kameido Tenjin Shrine) จุดชม ดอกวิสทีเรีย ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น อยู่แค่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ เดินชิลๆ ไม่ถึงสิบนาทีก็ได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกของความสวยละมุน

เที่ยวเมืองใหญ่จนเต็มอิ่มแล้ว ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศลองหามุมเล็กๆ ในญี่ปุ่นที่ยังคงความเรียบง่ายและสงบสุข “มอนเบ็ทสึ” (Monbetsu) คือหนึ่งในเมืองที่อยากให้คุณลองเปิดใจไปสัมผัสสักครั้ง เมืองริมชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของฮอกไกโดแห่งนี้อาจไม่ได้อยู่ในลิสต์ยอดนิยม แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากที่ไหน

ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่ตกหลุมรักฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น… และยังไม่เคยเห็นซากุระจากมุมสูงสุดตระการตา ลองปักหมุดมาที่ Minobusan Ropeway (กระเช้ามิโนบุซัง) ในจังหวัดยามานาชิดูสักครั้ง แล้วจะเข้าใจว่าการชมซากุระจากมุมสูงนั้น งดงามขนาดไหน

ถ้าถามว่ามีที่ไหนบ้างในญี่ปุ่นที่เห็นวิวฟูจิซังได้แบบเต็มตา ไม่ต้องแย่งมุม ไม่ต้องเร่งเวลา คำตอบหนึ่งที่อยากแนะนำทุกคน คือที่นี่เลยค่ะ นิฮงไดระ ยูเมะ เทอร์เรซ (Nihondaira Yume Terrace) จุดชมวิวบนเขานิฮงไดระ จังหวัดชิซุโอกะ ที่บรรยากาศดีมากกก ชนิดที่ว่าแค่มายืนเฉยๆ ใจก็สงบแล้ว

คามาคุระ (Kamakura) เมืองชายฝั่งเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์ไม่ไกลจากโตเกียว หนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเมืองแห่งนี้ก็คือ ศาลเจ้าทสึรุงะโอกะ ฮาจิมังกู (Tsurugaoka Hachimangu) ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ถือเป็นหัวใจของเมืองอายุกว่า 800 ปี และเป็นหนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอย่างมาก

ถ้าใจเรียกร้องหาทะเล แต่ไม่อยากไปซ้ำที่เดิม ลองมาที่ โอกินาว่า (Okinawa) ดูสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่า “ญี่ปุ่น” ยังมีมุมที่ไม่เหมือนใคร ราวกับหลุดออกมาจากหนังฮอลลีวูดผสมอะนิเมะ น้ำทะเลที่นี่ใสแบบมองทะลุถึงใจ หาดทรายขาวนุ่มเท้า แถมบรรยากาศยังอบอุ่นเป็นกันเองจนเหมือนอยู่บนเกาะในฝันเลยล่ะ

ท่ามกลางตึกสูงระฟ้า แสงสีสวยๆ และความคึกคักของเมืองใหญ่ อย่าง โตเกียว (Tokyo) รู้ไหมว่ากลางมหานครแห่งนี้ ยังมีป่าอันเงียบสงบซ่อนตัวอยู่และที่นั่นก็คือ ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine) หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนญี่ปุ่นนิยมมาขอพร พร้อมบรรยากาศร่มรื่นที่ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกอย่างสิ้นเชิง มาเดินเล่นใต้ร่มเงาต้นไม้สูง สูดอากาศบริสุทธิ์ และซึมซับพลังแห่งศรัทธาไปพร้อมกัน

อุจิ (Uji) เมืองเล็กมากเสน่ห์ท่ามกลางธรรมชาติของจังหวัดเกียวโต มีทั้งวัดเก่าแก่ แม่น้ำ สะพานสวย และคาเฟ่สบายๆ ที่ให้คุณได้สัมผัสกับความคลาสสิคของญี่ปุ่นในแบบที่ไม่เหมือนใคร และยังเป็นสวรรค์สำหรับคนรักชาเขียวที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่

ใครกำลังมองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สามารถสัมผัสบรรยากาศของญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เมืองอินุยามะ (Inuyama) ในจังหวัดไอจิ (Aichi) คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาด เมืองนี้ไม่เพียงแต่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง ยังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และบรรยากาศที่คุณจะได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ ได้อย่างเต็มที่ เดินทางไม่ไกลจากเมืองนาโกย่า

สักการะศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์เสริมโชคลาภและความรักให้สมหวัง ที่ ศาลเจ้าฮาโกเน่ (Hakone Shrine) หนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาด อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว เป็นจุดหมายที่เหมาะแก่การไปเยือนแบบไปเช้า-กลับเย็น โดยที่คุณสามารถสัมผัสทั้งธรรมชาติที่งดงามและพลังศักดิ์สิทธิ์จากศาลเจ้าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี

หากพูดถึง ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่สามารถชม ภูเขาไฟฟูจิ ได้แบบเต็มตาท่ามกลางทุ่งดอกไม้สวยตลอดทั้งปี สวนโออิชิ (Oishi Park) คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด ที่นี่ตั้งอยู่ริม ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko) หนึ่งในห้าทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิ ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวทิวทัศน์อันงดงาม ไม่ว่าจะไปเที่ยวฤดูไหน ก็รับรองได้เลยว่า จะได้รูปสวยๆ กลับไปแน่นอน

พระพุทธรูปอุชิคุไดบุทสึ หนึ่งในพระพุทธรูปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ด้วยความสูงถึง 120 เมตร โดดเด่นท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบในจังหวัดอิบารากิ ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสักการะ แต่ยังเปิดให้เข้าชมภายใน พร้อมจุดชมวิวและสวนดอกไม้ที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล มาสัมผัสความสงบและเรียนรู้เรื่องราวแห่งปัญญาผ่านพระพุทธรูปองค์มหึมานี้

ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นที่ใครเห็นก็ต้องรู้จัก แต่รู้ไหมว่า อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ช่วยเสริมให้ฟูจิซังดูงดงามยิ่งขึ้น นั่นก็คือ 5 ทะเลสาบฟูจิ (Fuji Five Lakes) ที่โอบล้อมอยู่โดยรอบ นอกจากจะมอบทิวทัศน์สุดอลังการแล้ว ยังเป็นจุดหมายที่เหมาะกับทั้งการพักผ่อน ถ่ายรูป และสัมผัสธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม